" ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมิได้หยุดชะงักภายในอายุขัยของคนใดคนหนึ่งหรือเหล่าชนใด คือประวัติศาสตร์จะต้องดำเนินต่อไปในอนาคตโดยไม่มีสิ้นสุด ดังนั้นผมขอฝากไว้แก่ท่านและชนรุ่นหลังที่ต้องการสัจจะ ช่วยตอบให้ด้วย ""วิทยาศาสตร์สังคมให้คติไว้ว่า "ราษฎรเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ของตน และให้ถือ มวลชนเป็นใหญ่" (วิธีพิจารณาทางรอดของสังคมไทย)"ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมขึ้นอยู่กับเจตนา ไม่ว่าจะเป็นเจตนาดีหรือเจตนาร้าย(ปรีดีฯ ให้สัมภาษณ์ สัมฤทธิ์ อินทปันตี และ น.อ.ศิริ พงศ์ทัต ร.น. ณ บ้านพักชานกรุงปารีส ฝรั่งเศส)"สิ่งทั้งหลายย่อมพัฒนาจากปริมาณ เข้าสู่คุณภาพที่ดียิ่งขึ้นเสมอ(ความเป็นอนิจจังของสังคม)"โดยที่คำว่า "วิทยาศาสตร์" มีเครดิตดี ที่แสดงถึงความรู้อันถูกต้องแท้จริง ในสภาวะทางธรรมชาติ จึงมีผู้นำเอาคำนี้ไปใช้เรียกคติทางสังคม ซึ่งตนนับถือว่าเป็น "วิทยาศาสตร์" ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นระหว่างผู้ถือคติทางสังคมต่างกัน ซึ่งแต่ละฝ่ายก็อ้างว่าของตนเป็นวิทยาศาสตร์ (สังคมปรัชญาเบื้องต้น)"ราษฎรที่เป็นพลเมืองส่วนข้างมากนั้น แม้จะยังไม่แสดงความต้องการให้ประจักษ์ชัดแจ้ง แต่ก็เป็นพลังเงียบที่พร้อมต้อนรับระบบ ที่ทำให้ความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น (อนาคตของประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"การพิจารณาเรื่องใด ๆ นั้น อย่ารับฟังเอาทั้งดุ้น หากจะรับฟังอะไร ก็จะต้องพิเคราะห์พิจารณาเสียก่อน (ประสบการณ์และแนวคิดบางประการของรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์)หลักการจะเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ ก็โดยบุคคลที่สามารถทำให้หลักการนั้น บังเกิดผลแท้จริงได้(เราจะต่อต้านเผด็จการอย่างไร)"ทัศนะทาสและศักดินา ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกเหยียดหยามระหว่างมนุษย์ในสังคมเดียวกัน(เราจะต่อต้านเผด็จการอย่างไร)"ผู้ใดจะเอาตัวอย่างของสังคมอื่นใด มาใช้แก่ประเทศของตน ก็ต้องตั้งทัศนะตามหลักเบื้องต้น แห่งการใช้ความคิดตามวิทยาศาสตร์สังคม คือพิจารณาตัวอย่างนั้นตามสภาพ ท้องที่ กาลสมัยของสังคมอื่นนั้นว่า จะประยุกต์ให้เหมาะสมแก่สภาพ ท้องที่ กาลสมัย แห่งสังคมของตนได้หรือไม่ (เราจะต่อต้านเผด็จการอย่างไร)"ความเห็นแก่ตัวเป็นส่วนรวม (Altruism) เกิดมีขึ้นในยุคปฐมกาล ซึ่งมนุษย์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำมาหาเลี้ยงชีพ โดยไม่มีการกดขี่เบียดเบียนระหว่างกัน ต้องต่อสู้ภัยธรรมชาติร่วมกัน ความเป็นอยู่เช่นนี้ จึงก่อให้มนุษย์เกิดจิตสำนึกในความรักสังคม โดยมิได้ยกเอาความเห็นแก่ตัวเหนือส่วนรวม และไม่มีชนชั้นหรือเชื้อชาติ ที่จะยกขึ้นเป็นส่วนใหญ่กว่าส่วนรวม(สังคมปรัชญาเบื้องต้น)"สังคมเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่มีระบบสังคมใดนิ่งอยู่กับที่(การวิเคราะห์สังคมสยามตามกฎธรรมชาติแห่งความขัดแย้งเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง)"นอกจากการพิจารณาให้เข้าใจกฎแห่งอนิจจัง ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติโดยทั่วไปแล้ว นักสังคมจำต้องมีศิลปะอีกด้วย และต้องเป็นศิลปะที่ประณีตมาก ไม่ใช่ศิลปะที่ขรุขระกะพร่องกะแพร่ง โดยคัดลอกเอามาจากสังคมอื่นทั้งดุ้น (ความเป็นอนิจจังของสังคม)"คนที่อยู่กระท่อม มีความรู้สึกนึกคิดต่างกับคนที่อยู่ปราสาท (อนาคตของเมืองไทยกับสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน)"พลังแห่งความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของสังคมหนึ่ง ๆ ก็คือพลังของมวลราษฎรแห่งสังคมนั้น ๆ นั่นเอง (อนาคตของเมืองไทยกับสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน)"สังคมเก่านั้นเป็นที่จุติของการอภิวัฒน์เพื่อสังคมใหม่ (คณะราษฎรกับการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย ๒๔ มิถุนายน)"สังคมจะดำรงอยู่ได้ก็โดยมวลราษฎร ดังนั้นระบบของสังคมที่จะทำให้มวลราษฎรมีพลังผลักดันให้สังคมก้าวหน้าก็คือระบบประชาธิปไตย (อนาคตประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"รูปสังคมใด ๆ นั้น ย่อมประกอบด้วย ระบบเศรษฐกิจ การเมือง ทัศนะสังคม(อนาคตประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"สังคมมนุษย์จะดำเนินไปสู่รูปใดนั้น ก็โดยความเคลื่อนไหวของมนุษย์ในสังคมนั้น ๆ(อนาคตประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"พวกทหารส่วนใหญ่ไม่ได้ชั่วไปทั้งหมด โดยทำนองเดียวกัน พลเรือนก็ไม่ใช่ดีไปทั้งหมด ทั้งนี้เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล (ปรีดี ฯ ให้สัมภาษณ์ ปีเตอร์ ลิมเคว็กโก แห่งนิตยสาร Journal of Contemporary Asia ณ บ้านพักชานกรุงปารีส)"ในประเทศสยาม มีกลุ่มคนประเภทเดียวกับที่เคยมีในประเทศฝรั่งเศส... เราเรียกคนเหล่านี้ว่า "ผู้เกินกว่าราชา" คือหมายถึงพวกที่ชอบทำตนนิยมราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดีเอง (ชีวิตผันผวนของข้าพเจ้าและ ๒๑ ปีที่ลี้ภัยในสาธารณรัฐราษฎรจีน)"ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มิได้หยุดชะงักลงภายในอายุขัยของคนใดหรือเหล่าชนใด คือประวัติศาสตร์จะต้องดำเนินต่อไปในอนาคตโดยไม่มีสิ้นสุด (อนาคตของประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"ตามธรรมชาตินั้น มนุษย์ต้องการปลดเปลื้องความทุกข์ยาก (จะมีทางได้ประชาธิปไตยโดยสันติวิธีหรือไม่)"มนุษย์ไม่ใช่เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว มนุษย์ย่อมเกิดมาเพื่ออยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์อื่น เหตุฉะนั้นมนุษย์จึ่งมีอิสระในการสมาคมกับเพื่อนมนุษย์อื่น (คำอธิบายกฎหมายปกครอง)"มนุษย์จำต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในประเทศหนึ่ง ถ้ามนุษย์คนหนึ่งต้องรับทุกข์ เพื่อนมนุษย์อื่นก็รับทุกข์ด้วย จะเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม เหตุฉะนั้นเพียงแต่มนุษย์มีความอิสระ และมีความเสมอภาคจึ่งยังไม่เพียงพอ คือจำต้องมีการช่วยเหลือกันฉันท์พี่น้องด้วย (คำอธิบายกฎหมายปกครอง)"มนุษย์ที่รวมกันอยู่เป็นประเทศ จำต้องมีการปกครอง (คำอธิบายกฎหมายปกครอง)"มนุษย์มีเสรีภาพในร่างกายของตน เหตุฉะนั้น ควรที่มนุษย์จะมีเสรีภาพที่จะใช้สมองของตนแสดงความเห็นเพื่อสาธารณประโยชน์ (คำอธิบายกฎหมายปกครอง)"นายทุนใหญ่ก็เริ่มมาจากเป็นนายทุนน้อยก่อน (วิธีพิจารณาทางรอดของสังคมไทย)"การอภิวัฒน์ทุกอย่าง ย่อมมาจากการขูดรีดทางเศรษฐกิจเป็นเบื้องต้น (ปรีดี ฯ ให้สัมภาษณ์ คลอเดีย รอสส์ ณ บ้านพักชานกรุงปารีส ฝรั่งเศส)"ปัญหาเศรษฐกิจนี้ผมเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะเป็นรากฐานของสังคม ถ้าเราแก้ปัญหานี้ไม่สำเร็จ ก็ย่อมกระทบถึงทางการเมือง (ปรีดี ฯ ให้สัมภาษณ์ เท่ห์ จงคดีกิจ บรรณาธิการใหญ่บางกอกโพสต์ และประทีป นครชัย บรรณาธิการ ส.น.ท.ฝ.สาร)"ผู้ใดรู้ดีว่าเศรษฐกิจเป็นรากฐานของการเมือง ก็ต้องสนใจทางโน้มของประชากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ มิฉะนั้น การเมืองของผู้นั้นก็เลื่อนลอยอยู่ในอากาศ มิได้มีพื้นฐานบนเศรษฐกิจเลย (จดหมาย ฉบับวันที่ ๒๐ ก.ย. ๒๕๑๑ ถึง ปาล แต๋ว ดา ว่าด้วย "ความรู้ทั่วไปเรื่องที่หนึ่ง")"ตราบใดที่เอกชนยังต่างคนต่างทำอยู่แล้ว ตราบนั้นเราจะสลัดจากแอกแห่งความกดขี่ในทางเศรษฐกิจไม่ได้ (เค้าโครงการเศรษฐกิจ)"การที่จะส่งเสริมให้ราษฎรได้มีความสุขสมบูรณ์นั้น ก็มีอยู่ทางเดียว ซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็นผู้จัดการเศรษฐกิจเสียเอง โดยแบ่งการเศรษฐกิจนั้นออกเป็นสหกรณ์ต่าง ๆ (เค้าโครงการเศรษฐกิจ)"ที่ใดมีการกดขี่ขูดรีด ก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ถูกกดขี่ข่มเหง ทำการต่อสู้เพื่อกู้อิสรภาพของตน (อนาคตการเมืองไทยกับสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน)"การต่อสู้ระหว่างชนชั้นนั้น มิใช่เพียงชูธงให้ต่อสู้ระหว่างชนชั้นนอกกายของปัญญาชนเท่านั้น หากปัญญาชนดังกล่าว ต้องต่อสู้ชนชั้นที่มีอยู่ภายในตัวเอง ซึ่งมีซากชนชั้นเก่าติดอยู่ในนิสัยและความประพฤติด้วย (ควรจะแก้ปัญหาเมืองไทยอย่างไร คำตอบปัญหาภาคที่ ๑ เกี่ยวกับระบบสังคมนิยมและระบบคอมมิวนิสต์จะเหมาะสมแก่เมืองไทยหรือไม่)"ในสังคมที่มนุษย์มีฐานและวิถีดำรงชีพแตกต่างกันนั้น ความขัดแย้งย่อมมีขึ้นระหว่างจำพวกต่าง ๆ หรือชนชั้นวรรณะต่าง ๆ ของสังคม (อนาคตของประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"ผู้ใดถือคัมภีร์จัดในทางยุทธวิธี ก็ย่อมนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ (เราจะต่อต้านเผด็จการอย่างไร)"การมีระบบประชาธิปไตยทางการเมือง แต่เพียงด้านเดียวเท่านั้น แม้จะเป็นประโยชน์แก่ราษฎรส่วนมาก ดีกว่าไม่มีระบบประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจด้วยแล้ว ราษฎรส่วนมากก็ไม่มีโอกาสในทางปฏิบัติที่จะใช้ประชาธิปไตยได้ เพราะคนส่วนน้อยที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจอยู่ในมือ ย่อมมีโอกาสดีกว่า ในการใช้สิทธิประชาธิปไตยทางการเมือง (อนาคตประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"ในฐานะนักประชาธิปไตย เราก็ต้องรับฟังความเห็นทุก ๆ ด้าน (อนาคตประเทศไทยควรดำเนินไปในรูปใด)"ทัศนะประชาธิปไตยเป็นทัศนะที่เกิดขึ้นจากสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ ที่จะต้องสัมพันธ์กันอยู่เป็นกลุ่มชน หรือสังคมหรือเป็นชาติ ไม่มีบุคคลใดจะอยู่โดดเดี่ยวโดยลำพังได้ มนุษย์จึงต้องมีทัศนะ ที่เป็นหลักนำความประพฤติของตน เพื่ออยู่กับเพื่อนมนุษย์อื่นในชาติเดียวกัน เพื่อให้ชาติดำรงอยู่ และเพื่อพัฒนาเติบโตก้าวหน้าต่อไปได้ ทัศนะประชาธิปไตยจึงเป็นทัศนะที่ตั้งอยู่บนรากฐานแห่งประโยชน์ส่วนรวมของปวงชน แม้ว่ามนุษย์มีเสรีภาพส่วนบุคคลตามธรรมชาติ แต่มนุษย์ก็มีหน้าที่ตามธรรมชาติ ในการใช้สิทธิเสรีภาพ เพื่อมิให้ชาติดำรงอยู่กับเติบโตพัฒนาก้าวหน้าต่อไปได้(ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญเบื้องต้นกับการร่างรัฐธรรมนูญ)"พระพุทธองค์ตรัส...ว่า กตัญญูจะต้องคู่กันไปกับกตเวที ฉะนั้นการพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของวีรชน ๑๔ ตุลาคม ให้มั่นคงไว้และพัฒนายิ่งขึ้นนั้น จึงเป็นกตเวทีสำคัญยิ่งที่สาธุชนผู้รักชาติพึงปฏิบัติ (จงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของวีรชน ๑๔ ตุลาคม)"สิทธิประชาธิปไตยเกิดขึ้นตามธรรมชาติ พร้อมกับการมีมนุษยชาติในโลกนี้ (ข้อสังเกตบางประการของนายปรีดี พนมยงค์ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๑๗)"ข้าพเจ้าไม่ประสงค์ที่จะให้ผู้ใดเชื่อข้าพเจ้าโดยไม่มีค้าน ข้าพเจ้าต้องการให้มีค้าน แต่ค้านโดยสุจริตใจ ไม่ใช่ปั้นข้อเท็จจริงขึ้น ทางธรรมนั้นการกล่าวเท็จหรือมุสาวาทก็เป็นผิด ในทางการเมืองการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยต้องทำโดยความบริสุทธิ์ใจ มุ่งหวังผลส่วนรวมจริง ๆ ไม่ใช่มุ่งหวังผลส่วนตัว หรือมีความอิจฉาริษยา อันเป็นมูลฐานเนื่องมาจากความเห็นแก่ตัว (ชีวประวัติย่อของนายปรีดี พนมยงค์)"การเบียดเบียน การฉ้อราษฎร์บังหลวง เกิดขึ้นเพราะผู้เบียดเบียนผู้ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่มี "หิริ" คือไม่มีความละอายใจ และ "โอตตัปปะ" คือความไม่เกรงกลัวบาป รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นแม่บทของระบบการปกครองแผ่นดิน ซึ่งร่างขึ้นโดยปราศจากหิริโอตตัปปะ ถ้าร่างขึ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อปวงชน ประกอบด้วยหิริโอตตัปปะ ก็นำไปสู่ระบบที่นำความสุขสมบูรณ์มาสู่ปวงชนและประเทศชาติ (ข้อสังเกตบางประการของนายปรีดี พนมยงค์ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๑๗)"รัฐธรรมนูญแต่ลำพัง ยังไม่เป็นแบบการปกครองประชาธิปไตยเสมอไป (ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญเบื้องต้นกับการร่างรัฐธรรมนูญ)"จำต้องระมัดระวังร่างรัฐธรรมนูญ ที่พรางตาปวงชนให้หลงว่าเป็นประชาธิปไตย(ข้อสังเกตบางประการของนายปรีดี พนมยงค์ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๑๗)"พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวไทยนั้น ไม่มีพระราชประสงค์ให้เป็นอนาธิปไตย (ชีวประวัติย่อของนายปรีดี พนมยงค์)"การป้องกันการกระทำผิดต่อกฎหมาย เมื่อก่อนความผิดได้เกิดขึ้นก็ดี หรือการลงอาชญาเมื่อความผิดได้เกิดขึ้นแล้วก็ดี ย่อมทำให้เกิดปัญหา และการที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ย่อมอาศัยการศึกษาอบรมเป็นสิ่งสำคัญ เหตุฉะนั้นกฎหมายจึ่งมีการศึกษาแกมอยู่ด้วย ซึ่งจะแยกจากกันให้เด็ดขาดไม่ได้ (ปาฐะเรื่อง ปัญหาเกี่ยวแก่การลงอาชญาผู้กระทำผิดกฎหมาย)"ทุกคนต้องยกประโยชน์สำคัญของชาติ เหนือการค้ากำไร (แถลงการณ์นายปรีดี พนมยงค์)"เกิดมาเป็นคนไทย...จะต้องสนองคุณชาติ (สุนทรพจน์ของ รู้ธ)"ถ้าถือเอาคำบอกเล่ามาเป็นประวัติศาสตร์แล้ว ก็จะเกิดภยันตรายอย่างยิ่งแก่ชาติไทย(ประสบการณ์และความเห็นบางประการของรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์)"ระบบอาณานิคมสมัยใหม่ กับระบอบอาณานิคมสมัยเก่า เหมือนกันในขั้นพื้นฐาน หากต่างกันในวิธีการเท่านั้น ระบบอาณานิคมสมัยเก่านั้น ควบคุมประเทศเล็กอย่างเปิดเผยหน้าด้าน ๆ แต่ระบบอาณานิคมสมัยใหม่ คัดเลือกเอาคนในประเทศนั้นเอง ในการปฏิบัติการเพื่อพวกเขา (เจ้าอาณานิคม) โดยจักรวรรดินิยมอยู่เบื้องหลัง (ปรีดี ฯ ให้สัมภาษณ์ คลอเดีย รอสส์ ณ บ้านพักชานกรุงปารีส ฝรั่งเศส)"ด้วยทรัพยากรของเรา เราสามารถยืนโดยลำพังได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เราปฏิเสธความช่วยเหลือทั้งหมด เราปฏิเสธความช่วยเหลือที่มีพันธนาการ (ปรีดี ฯ ให้สัมภาษณ์ คลอเดีย รอสส์ ณ บ้านพักชานกรุงปารีส ฝรั่งเศส)"เป็นหน้าที่ของผู้ใฝ่สันติภาพในโลกทุกคน ที่จะแสวงหาทางออกที่เป็นธรรม เพื่อที่ว่าทุกประเทศที่มีระบบสังคมแตกต่างกัน จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ (ชีวิตผันผวนของข้าพเจ้าและ ๒๑ ปีที่ลี้ภัยในสาธารณรัฐราษฎรจีน)"เราไม่ควรมีความคิดเรื่องถือผิวหรือเชื้อชาติ แต่ควรยึดมั่นในความคิดที่ชนทุกชาติอยู่ร่วมกันอย่างสันติในโลกได้ (ชีวิตผันผวนของข้าพเจ้าและ ๒๑ ปีที่ลี้ภัยในสาธารณรัฐราษฎรจีน)"ผู้มีปัญญาจะต้องศึกษาจากมวลราษฎร มิใช่ตั้งตนเป็นครูอาจารย์ของมวลราษฎร (การวิเคราะห์สังคมสยามตามกฎแห่งความขัดแย้ง เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง)"มีความรู้ทางทฤษฎีเพียงใดก็ตาม จงอย่าประมาทปัญญาของมวลราษฎร ที่แม้จะอ่านหนังสือไม่ออก แต่มีความสันทัดจัดเจนในทางปฏิบัติ ซึ่งนักเรียนควรศึกษา เพราะมีหลายปัญหาที่ตำราทางทฤษฎีไม่กล่าวไว้ แต่เราสามารถศึกษาได้จากมวลราษฎร (ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญเบื้องต้นกับการร่างรัฐธรรมนูญ)"สาระแห่งการศึกษามีความสำคัญ แม้สถานที่จะเรียนภายใต้หลังคาจาก (คำปราศรัยของนายปรีดี พนมยงค์ ต่อธรรมศาสตร์บัณฑิต และ เนติบัณฑิต นักสันติภาพที่ได้มาเยี่ยม ณ บ้านพักชานกรุงปารีส ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔)"ปริญญาที่มอบให้นั้น เปรียบประดุจเพียงแต่ยื่นกุญแจให้เท่านั้น ขอให้ท่านนำกุญแจนั้นไปไขคลังมหาศาลแห่งความรู้ของมนุษยชาติที่ได้สะสมมา และกำลังพัฒนาอยู่ในทุกวันนี้ และกำลังจะพัฒนาต่อไปในอนาคต (คำปราศรัยของนายปรีดี พนมยงค์ ต่อธรรมศาสตร์บัณฑิต และ เนติบัณฑิต นักสันติภาพที่ได้มาเยี่ยม ณ บ้านพักชานกรุงปารีส ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔)"การทำสงครามนั้นมิใช่กีฬาธรรมดา หากเอาชาติเป็นเดิมพัน (อนาคตของเมืองไทยกับสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน)"ผลของสงครามโลกนั้น ปรากฏว่าประเทศที่ชนะสงครามอย่างแท้จริง คือประเทศที่รักษาความเป็นกลางไว้ได้ (การพิทักษ์เอกราชของชาติ เป็นหน้าที่ของใคร)"ชัยชนะแห่งสันติภาพนั้น มิได้มีชื่อเสียงบันลือนามน้อยไปกว่าชัยชนะแห่งสงครามแต่อย่างใด (คำนำจาก "พระเจ้าช้างเผือก")"ชาวพุทธซึ่งแท้จริงย่อมนึกถึงกฎแห่งกรรม กรรมนั้นอาจประจักษ์ในระยะสั้น หรือในอนาคตต่อไปเร็วหรือช้า (อนาคตของเมืองไทยกับสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน)"เพราะศีลธรรมเสื่อมทรามลง จึงมีแต่การรบราฆ่าฟันและเบียดเบียนกัน (ความเป็นอนิจจังของสังคม)"เราไม่ควรเป็นมิตรกับความมุสา (พระเจ้าช้างเผือก)"ความแข็งกระด้างแห่งนิสัยสันดาน ย่อมจะต้องทำให้ลดละด้วยความอ่อนหวาน (พุทธศาสนาในต่างประเทศ)"ความเห็นแก่ตัวมิได้หมายถึงแต่เฉพาะในทางวัตถุสิ่งของเท่านั้น หากการทนงตนเองว่ายิ่งใหญ่หรือวิเศษกว่าคนอื่น ซึ่งเรียกว่า "วีรบุรุษส่วนบุคคล" (Individual Heroism) ก็เข้าลักษณะความเห็นแก่ตัว (สังคมปรัชญาเบื้องต้น)"บุคคลใดมีความเห็นแก่ตัวมากเพียงใด ความรักชาติก็ลดน้อยลงเพียงเท่านั้น จึงนำไปสู่ทรรศนะคติที่ถือว่า ชาติเป็นของตนและครอบครัวโดยเฉพาะ และเป็นของชนชั้นตนโดยเฉพาะ (สังคมปรัชญาเบื้องต้น)"ปรัชญาของข้าพเจ้าคือ "สังคมนิยมวิทยาศาสตร์ประชาธิปไตย" ถึงแม้ว่าถ้ามาร์กซ์พูดอย่างนี้หรืออย่างนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องพิจารณาว่าเป็นจริงหรือเป็นไปตามสังคมนิยมวิทยาศาสตร์ประชาธิปไตยหรือไม่...ข้าพเจ้ามีอิสระที่จะเลือกทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งที่สอดคล้องกับหลักห้าประการ (เอกราชของชาติ อธิปไตยของชาติ สันติภาพ ความเป็นกลาง ความไพบูลย์ของประชาชน พร้อมด้วยประชาธิปไตยของประชาชน) (คำสัมภาษณ์เอเชียวีค ๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๓)
 


... จากประวัติของนายปรีดี พนมยงค์ ที่ได้เพียรพยายามดำเนินการเพื่อเอกราช ประชาธิปไตยและความยุติธรรม ในสังคม แสวงหาความร่วมมือกับมิตรประเทศเพื่อ สันติภาพและมวลมนุษย์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง
สหประชาชาติ หรือยูเนสโก ( UNESCO )ในเรื่องการเชิดชูเกียรติและการฉลอง บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์
ของประเทศสมาชิกซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งใน ๑๘๙ ประเทศสมาชิก..

 

อ่านต่อ >>

ปาฐกถาปรีดี พนมยงค์ ๒๕๔๙
ถ้อยแถลง ฯพณฯ จาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี
ถ้อยแถลง ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี ในวาระครบรอบ  ๑  ทศวรรษ  สถาบันปรีดี พนมยงค์
ปาฐกถาปรีดี พนมยงค์ ๒๕๔๘
ในวาระครบรอบ  ๑  ทศวรรษ  สถาบันปรีดี พนมยงค์  โดย  ประยงค์  รณรงค์  ผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซ  สาขาผู้นำชุมชน ประจำปี  ๒๕๔๗”
ปาฐกถาวันปรีดี พนมยงค์ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๑
โดย  ธีรยุทธ  บุญมี
เรื่อง  “ธรรมรัฐกับหลัก ๖ ประการของคณะราษฎร”  ณ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อ่านต่อ>>
เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ นายปรีดี พนมยงค์ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ได้จัดสร้างสถาบันปรีดี พนมยงค์ ขึ้น ณ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร บนเนื้อที่ ๓๗๑ ตารางวา ซึ่งมูลนิธิไชยวนาได้อุทิศให้ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๖ เพื่อก่อสร้างอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์ สำหรับใช้ดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและราษฎรไทยตามที่นายปรีดี พนมยงค์ ห่วงใย

วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารสถาบัน และได้เปิดดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและราษฎรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นต้นมา
วัตถุประสงค์

๑.ส่งเสริมงานด้านวิชาการซึ่งเชื่อมโยงกับแนวความคิด อุดมการณ์สันติธรรมของนายปรีดี พนมยงค์ เพื่อให้ประสานสัมพันธ์กับคนรุ่นใหม่ และสภาพปัญหาสังคมปัจจุบัน
๒.เป็นเวทีทางด้านศิลปวัฒนธรรมทุกแขนง เพื่อเป็นสื่อให้ความดีและสัจจะทางสังคม ได้แสดงออกสู่สาธารณะอย่างงดงามมีสุนทรียภาพ

๓.ประสานงานและร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอื่น ๆ ในเรื่องการวิจัย สัมมนา อบรม และกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์
ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑
แถลงการณ์คณะกรรมการราษฎร
พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว
เค้าโครงการเศรษฐกิจ
ประกาศสันติภาพ
สุนทรพจน์ของ รู้ธ
สุนทรพจน์เสรีไทย
สุนทรพจน์ในสภา
บันทึกข้อเสนอเรื่องขุดคอคอดกระ
ข้อเสนอแนะเรื่องเกลือ
ปรีดีไปจีน (บางตอนจากหนังสือเรื่อง "ชีวิตที่ผันผวนของข้าพเจ้าและ ๒๑ ปี ที่ลี้ภัยในสาธารณรัฐราษฎรจีน")
ความเป็นมาของชื่อ “ประเทศสยาม” กับ “ประเทศไทย”
จงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของวีรชน ๑๔ ตุลาคม
สาส์นถึงเสรีไทยและทายาท
ประชาธิปไตย เบื้องต้นสำหรับสามัญชน
ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญเบื้องต้นกับการร่างรัฐธรรมนูญ
ปรัชญาคืออะไร
มธก.กับเสรีไทย
เชิญชมภาพยนตร์ ผลงานของ : RICHARD LINKLATER และฟังทัศนวิจารณ์
ขอเชิญชมภาพยนตร์นานาชาติประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๘
ขอเชิญฟังเบื้องหลังงานแปลวรรณกรรมอมตะโลก และชมภาพยนตร์
ขอเชิญร่วมงานนิทรรศการศิลปะ "ดิน...เทพราช"
ขอเชิญชมภาพยนตร์นานาชาติ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘
ขอเชิญชมภาพยนตร์นานาชาติประจำเดือน มีนาคม ๒๕๕๘
ขอเชิญชมภาพยนตร์นานาชาติประจำเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ๒๕๕๘
ขอเชิญชมภาพยนตร์นานาชาติประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
ประกาศผลการประกวดบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ครั้งที่ ๓
รายนามผู้ส่งบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ครั้งที่ ๓
ขอเชิญร่วมงานมอบรางวัลประกวดบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ครั้งที่ ๓
รายชื่อผู้สมัครวิจารณ์ภาพยนตร์ ครั้งที่ ๓
ภาพยนตร์ประจำเดือนมกราคม๒๕๕๘ Movies in Jan 2015
ครบรอบ ๑๐๓ ปี ชาตกาล ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์
รำลึกชีวิตและผลงานของ ศักดิชัย บำรุงพงศ์ (เสนีย์ เสาวพงศ์)
การประกวดบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ครั้งที่ ๓
ภาพยนตร์เดือนธันวาคม๒๕๕๗Movies Screening in Dec2014
ภาพยนตร์ของคิง หู
ภาพยนตร์เดือนพฤศจิกายน๒๕๕๗
ภาพยนตร์นานาชาติประจำเดือนตุลาคม ๒๕๕๗
ศิลปกับสังคม ครั้งที่ ๑๙
ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากวรรณกรรมอมตะโลกผลงานของ วิลเลียม เชกสเปียร์
ฉายภาพยนตร์จากวรรณกรรมของวิคตอร์ อูโก
ภาพยนตร์นานาชาติประจำเดือนกันยายน ๒๕๕๗
ภาพยนตร์วันอาทิตย์ที่๒๔สิงหาคม๒๕๕๗
 
Pure Hoodia
Free Web Counter

สถาบันปรีดี พนมยงค์
เลขที่ ๖๕/๑ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐

โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ อีเมล pridiinst@yahoo.com

เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ ๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
(เสาร์-อาทิตย์ เปิดทำการเมื่อมีกิจกรรม)

ออกแบบและพัฒนาโปรแกรม โดย ฅนบ้านนอก